ชินพจน์ ปาลรัตน์ ม.4/2 เลขที่ 37

ผู้นำพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทย (ย่อว่า: พท.) จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550 โดยมี นายบัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และ นายโอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ เป็นเลขาธิการพรรคคนแรก
สำนักงานใหญ่ของพรรค ตั้งอยู่ที่ 1770 อาคารไอเอฟซีที ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10310 ซึ่งเป็นที่ทำการเดิมของพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน (ย้ายมาจากอาคารนวสร ถนนพระรามที่ 3 แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร และ 626 อาคาร บีบีดี บิลดิง ซอยจินดาถวิล ถนนพระรามที่ 4 แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500) และสำนักงานสาขาพรรคแห่งแรก ตั้งอยู่ที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นสาขาพรรคพลังประชาชนเดิม[2]

เนื้อหา

[ซ่อน]

ประวัติ

ยุค ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็นหัวหน้าพรรค

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551 มีมติให้ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็นหัวหน้าพรรค นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร เป็นเลขาธิการพรรค นายศักดา นพสิทธิ์ เป็นโฆษกพรรค และ นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ เป็นผู้อำนวยการพรรค[3][4][5]
ต่อมา เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน ดร.สุชาติได้ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค โดยให้เหตุผลว่า ขณะนี้ บุคคลที่มีประสบการณ์ทางการเมืองจำนวนมาก ได้เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ตนจึงต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ที่เหมาะสม เข้ารับตำแหน่งต่อไป นอกจากนี้ ตนก็ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ ส่วนจะรับตำแหน่งอื่นภายในพรรคหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเพื่อนสมาชิก[6]

อดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชนเข้าร่วมพรรค

ดูบทความหลักที่ คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2551
หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมแล้ว ส.ส.และสมาชิกพรรคเกือบทั้งหมดได้ย้ายเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย[7] ยกเว้นกลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งภายหลังย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยในการยุบพรรคการเมืองครั้งนี้ได้ส่งผลให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยปริยาย

ยุคนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นหัวหน้าพรรค

จากนั้น เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 4/2551 ของพรรคขึ้น ที่อาคารที่ทำการพรรค โดยมีวาระสำคัญคือ การลงมติเลือกหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยในส่วนหัวหน้าพรรค มีการเสนอชื่อ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รักษาการรองหัวหน้าพรรค เพียงรายชื่อเดียว นายยงยุทธจึงได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคไปอย่างไม่มีคู่แข่ง ส่วนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น ที่ประชุมมีมติให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค[8]

บทบาทในรัฐสภา

การสนับสนุน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551 นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าผู้ที่ ส.ส. หารือกันว่าผู้ที่มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ประกอบด้วย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการ รมว.สาธารณสุข และ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รักษาการ รมว.คมนาคม โดยผู้มาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องพลิกฟื้นความเชื่อมั่นและสร้างความสามัคคีให้คืนมา[9] แต่ต่อมาที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ได้มีมติสนับสนุนแนวคิดของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชที่เสนอให้ทุกพรรคการเมืองร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ มีนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองขนาดเล็ก ที่ไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ [10] โดยพรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ตอบรับที่จะให้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี [11]
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ที่ประชุมได้เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม เพื่อให้สมาชิกลงมติเลือก จำนวน 2 คน โดย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 6 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 5 และหัวหน้าพรรคประชาราช เสนอชื่อ พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 3 ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายอภิสิทธิ์ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียง 235 เสียง ขณะที่ พล.ต.อ.ประชา ได้รับคะแนน 198 เสียง และ งดออกเสียง 3 เสียง โดย พล.ต.อ.ประชา ลงมติสนับสนุนตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกับ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ลงมติสวนมติพรรคสนับสนุน พล.ต.อ.ประชา ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ งดออกเสียง ภายหลังการลงมติ พล.ต.อ.ประชา เดินเข้ามาจับมือนายอภิสิทธิ์แสดงความยินดีด้วย[12]

การเลือกตั้ง

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

พรรคเพื่อไทยมีมติส่ง นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ นายยุรนันท์ได้รับหมายเลข 10[13][14] โดยผลการเลือกตั้งนายยุรนันท์ได้รับ 611,669 คะแนน เป็นอันดับที่ 2[15]

การเลือกตั้งซ่อม 29 ที่นั่งทั่วประเทศ

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยผลการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างไม่เป็นทางการ 29 คน ใน 22 จังหวัด 26 เขตเลือกตั้ง พบว่าพรรคร่วมรัฐบาลสามารถกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้เพิ่มอีก 20 เขต ขณะที่พรรคฝ่ายค้านได้ไปเพียง 9 เขต ทั้งนี้ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือก 7 คน, พรรคชาติไทยพัฒนาได้รับเลือก 10 คน, พรรคเพื่อไทยได้รับเลือก 5 คน, พรรคประชาราชได้รับเลือก 4 คน และพรรคเพื่อแผ่นดินได้รับเลือก 3 คน[16]
ส.ส.ของพรรคที่ได้รับการเลือกตั้ง

ลำดับรายนามเขตเลือกตั้งคะแนน
1ปิยะรัช หมื่นแสนจังหวัดร้อยเอ็ด เขต 2116,241 คะแนน
2สุริยา พรหมดีจังหวัดนครพนม เขต 148,083 คะแนน
3ขจิตร ชัยนิคมจังหวัดมหาสารคาม เขต 183,251 คะแนน
4เกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์จังหวัดอุดรธานี เขต 286,763 คะแนน
5สมโภช สายเทพจังหวัดลำปาง เขต 1109,546 คะแนน

การเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนครและศรีสะเกษ

จังหวัดสกลนคร

นางอนุรักษ์ บุญศล พรรคเพื่อไทย ได้ 103,277 คะแนน เอาชนะนายพิทักษ์ จันทรศรี พรรคภูมิใจไทย ได้ 47,300 คะแนน

จังหวัดศรีสะเกษ

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ พรรคเพื่อไทย ได้ 124,327 คะแนน เอาชนะนางสกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ 76,435 คะแนน

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครม.อภิสิทธิ์ 1

พรรคเพื่อไทยมีมติยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี พร้อมกันนี้ยังมีมติเสนอชื่อ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรีแทน[17] โดยรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีและถอดถอน 5 คนคือ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เพราะพบประเด็นการบริหารที่ผิดพลาดและทุจริตประพฤติมิชอบ [18]

หัวหน้าพรรค


ลำดับรูปรายนามเริ่มวาระสิ้นสุดวาระตำแหน่งสำคัญ
1บัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ20 กันยายน พ.ศ. 255020 กันยายน พ.ศ. 2551
2Suchart.jpgดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช
(8 สิงหาคม พ.ศ. 2495 — )
21 กันยายน พ.ศ. 255119 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551• อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
• อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
3Yongyuth Wichaidit.jpgยงยุทธ วิชัยดิษฐ
(15 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 — )
7 ธันวาคม พ.ศ. 2551ปัจจุบัน• อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย
• อดีตอธิบดีกรมที่ดิน
• อดีตประธานกรรมการการไฟฟ้านครหลวง
• อดีตประธานกรรมการการประปานครหลวง
• อดีตประธานกรรมการตรวจสอบของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

เลขาธิการพรรค


ลำดับรูปรายนามเริ่มวาระสิ้นสุดวาระตำแหน่งสำคัญ
1โอฬาร กิจเลิศไพโรจน์20 กันยายน พ.ศ. 255020 กันยายน พ.ศ. 2551
2
(1,2)
Sunee.jpgสุณีย์ เหลืองวิจิตร
(27 สิงหาคม พ.ศ. 2502 — )
21 กันยายน พ.ศ. 255119 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
7 ธันวาคม พ.ศ. 255114 กันยายน พ.ศ. 2553
3Supon F.jpgสุพล ฟองงาม
(5 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 — )
15 กันยายน พ.ศ. 255320 เมษายน พ.ศ. 2554• อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
• อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
4จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ.jpgจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
(15 สิงหาคม พ.ศ. 2489 — )
3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554ปัจจุบัน• อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงแรงงาน
• อดีตรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

คณะกรรมการบริหารพรรค

ชุดที่ 4 (15 กันยายน พ.ศ. 2553 - ปัจจุบัน)


ลำดับรายนามตำแหน่ง
1ยงยุทธ วิชัยดิษฐหัวหน้าพรรค
2พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลกรองหัวหน้าพรรค
3ปลอดประสพ สุรัสวดีรองหัวหน้าพรรค
4ประยุทธ์ ศิริพาณิชย์รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
5กิติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
6พล.ท.มะ โพธิ์งามรองหัวหน้าพรรค
7วิชาญ มีนชัยนันท์รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
8สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุลรองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
9ทนุศักดิ์ เล็กอุทัยรองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
10วิทยา บุรณศิริรองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
11สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์รองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
12พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐรองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
13จารุพงศ์ เรืองสุวรรณรองหัวหน้าพรรค
14คณวัฒน์ วศินสังวรรองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
15พงศกร อรรณนพพรรองหัวหน้าพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
16สุพล ฟองงามเลขาธิการพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
17ชวลิต วิชยสุทธิ์รองเลขาธิการพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
18ทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์เหรัญญิกพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
19พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์โฆษกพรรค
20วัฒนา เตียงกูลนายทะเบียนพรรค (ลาออก เม.ย. 2554)
21วรวีร์ มะกูดีกรรมการบริหารพรรค

ชุดที่ 3 (7 ธันวาคม พ.ศ. 2551 - 9 กันยายน พ.ศ. 2553)

คณะกรรมการบริหารพรรคชุดที่ 3

ลำดับรายนามตำแหน่ง
1นายยงยุทธ วิชัยดิษฐหัวหน้าพรรค
2นายคณวัฒน์ วศินสังวรรองหัวหน้าพรรค
3ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกรรองหัวหน้าพรรค
4ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดีรองหัวหน้าพรรค
5นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตรเลขาธิการพรรค
6นายสง่า ธนสงวนวงศ์รองเลขาธิการพรรค
7นางทัสน์วรรณ มุสิกบุญเลิศเหรัญญิกพรรค
8นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์โฆษกพรรค
9นายวิม รุ่งวัฒนะจินดารองโฆษกพรรค
10น.พ.ชลน่าน ศรีแก้วรองโฆษกพรรค
11นายประเสริฐ จันทรรวงทองรองโฆษกพรรค
12นางฐิติมา ฉายแสงรองโฆษกพรรค
13นายสุชาติ ลายน้ำเงินรองโฆษกพรรค
14ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิชรองโฆษกพรรค
15นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์รองโฆษกพรรค
16นายจิรายุ ห่วงทรัพย์รองโฆษกพรรค
17นายพิทยา พุกมานรองโฆษกพรรค
18นายกมล บันไดเพชรนายทะเบียนพรรค
19นายวรวีร์ มะกูดีกรรมการบริหารพรรค
20นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์กรรมการบริหารพรรค
21นายเอกธนัช อินทร์รอดกรรมการบริหารพรรค

ลำดับที่ 10-17 แต่งตั้งเพิ่มเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชุดที่ 2 (21 กันยายน พ.ศ. 2551 - 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551)

คณะกรรมการบริหารพรรคชุดที่ 2

ลำดับรายนามตำแหน่ง
1ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวชหัวหน้าพรรค
2นายยงยุทธ วิชัยดิษฐรองหัวหน้าพรรค
3ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดีรองหัวหน้าพรรค
4นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตรเลขาธิการพรรค
5นายคณวัฒน์ วศินสังวรรองเลขาธิการพรรค
6นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์เหรัญญิกพรรค
7นายศักดา นพสิทธิ์โฆษกพรรค
8นายกมล บันไดเพชรนายทะเบียนพรรค
9นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์กรรมการบริหารพรรค
10นายวิมล จันทร์จิราวุฒิกุลกรรมการบริหารพรรค
11นายไมตรี อรรถปรียางกูรกรรมการบริหารพรรค
12นายเอกธนัช อินทร์รอดกรรมการบริหารพรรค
13นายสง่า ธนสงวนวงศ์กรรมการบริหารพรรค

ชุดที่ 1 (20 กันยายน พ.ศ. 2550 - 20 กันยายน พ.ศ. 2551)


ลำดับรายนามตำแหน่ง
1นายบัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณหัวหน้าพรรค
2นายบุญสิน เสริญวงศ์สัตย์รองหัวหน้าพรรค
3นายคณิศร สมมะลวนรองหัวหน้าพรรค
4นายโอฬาร กิจเลิศไพโรจน์เลขาธิการพรรค
5นายสามชาย ศรีสันต์รองเลขาธิการพรรค
6นายกฤษฎา แรงสูงเนินรองเลขาธิการพรรค
7นายธีระวุฒิ สัมมาทรัพย์รองเลขาธิการพรรค
8นางอัมพร ก้อนทองเหรัญญิกพรรค
9นายเจษฎา แรงสูงเนินโฆษกพรรค
10นางกนิษฐา สัตยะยุกต์กรรมการบริหารพรรค
11นายปราโมทย์ คงประเสริฐกรรมการบริหารพรรค
12นายพิเชฐ เพิ่งพิศกรรมการบริหารพรรค
13นายพิสิฐ กอเกียรติธำรงกรรมการบริหารพรรค
14นายสิครินทร์ จันทรศรกรรมการบริหารพรรค
15นายกฤษดา ทองกลั่นกรรมการบริหารพรรค
16นางสาวจันจิรา จำปาทองกรรมการบริหารพรรค

ตราสัญลักษณ์เดิมของพรรคเพื่อไทย
(ก่อนการเข้าร่วมของอดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชน)

สัญลักษณ์ของพรรค

เครื่องหมายพรรคมีคำอธิบายว่า "การรู้รักสามัคคีและรวมกันเป็นพลังอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ" ขณะที่ภาพเครื่องหมายพรรค ภายใต้รูปสัญลักษณ์เป็นตัวอักษรไทย "" สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินกับแดง ล้อมด้วยกรอบสี่เหลี่ยมเส้นสีน้ำเงินและแดง โดยตัว "" สีขาว หมายถึง การรู้รักสามัคคีและรวมกันเป็นพลังอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ สีน้ำเงินกับสีแดง (พื้น) หมายถึง ความมุ่งมั่นรวมเอาคนไทยจากทุกภาคส่วนมาระดมสติปัญญา[ต้องการอ้างอิง]
การออกแบบสัญลักษณ์พรรคเพื่อไทยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อย่างชัดเจนกับสัญลักษณ์ของพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน ด้วยการใช้สีของธงไตรรงค์ และอักษร "" ที่คล้ายกับสัญลักษณ์พรรคพลังประชาชน และอักษร "" ในสัญลักษณ์พรรคไทยรักไทย ทั้งนี้เพื่อสื่อสารให้กับผู้ชมทราบว่าพรรคเพื่อไทยเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน[ต้องการอ้างอิง]

การลาออกของสมาชิกคนสำคัญ

ในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งและสมาชิกพรรค หลังจากมีข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องนี้มาพอสมควร ซึ่งคนใกล้ชิดของ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่าสาเหตุเนื่องจาก พล.อ.ชวลิตไม่พอใจในบทบาทที่สมาชิกพรรคบางคนที่เป็นแกนนำของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยและพาดพิงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้ทางกองทัพเกิดปฏิกิริยาตอบกลับในเรื่องนี้ทันที[19][20] ซึ่งหลังจากการลาออกของ พล.อ.ชวลิตแล้ว ก็ได้มีสมาชิกพรรคอีกหลายคนได้ทยอยลาออกตามมาหรือสละตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค อาทิ พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก[21] หรือ นายสุพล ฟองงาม เลขาธิการพรรคที่ได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค [22]